Pallet – พาเลท

/Pallet – พาเลท
Pallet – พาเลท 2020-08-25T17:15:43+07:00

พาเลท

พาเลทพลาสติกส่งออก

พาเลทเบาหรือพาเลทส่งออก

พาเลทที้ใช้สำหรับวางสินค้าส่งออกไประหว่างประเทศ จะมีน้ำหนักเบาแต่สามารถรับน้ำหนักสินค้าอยู่กับที่ตัังแต่ 1000-3000/กก. และรับน้ำหนักเมื่อมีการเคลื่อนย้าย (รัดฟิล์มหรือรัดเข็มขัด)ไม่เกิน 1000 กก. พาเลทจำพวกนี้ จึงเหมาะกับงานโลจิสติกส์สินค้าส่งออกทั้งทางเรือและทางอากาศ ซึ่งมีขนาดตามประเทศปลายทางเช่น ยูโรพาเลท จะมีขนาด W 80x L120cm. เป็นต้น

พาเลทพลาสติกขาหลุม

พาเลทหมุนเวียน

เหมาะสำหรับใช้หมุนเวียนในการรองรับสินค้าที่มีน้ำหนักไม่มากถึงน้ำหนักปานกลาง คือ รับน้ำหนักเมื่อวางสินค้าอยู่กับที่ประมาณ 1500-4500 กก. และรับน้ำหนักเมื่อมีการเคลื่อนย้าย 1,000-1500 กก. โดยมี โครงสร้างพาเลท หลายแบบ ได้แก่ พาเลทขาหลุม (สะดวกในการจัดเก็บและสามารถใช้อุปกรณ์เคลื่อนย้าย เช่น Fork lift ได้ 4 ทาง) , แบบมีคาน (ขา E) พาเลทประเภทนี้ เป็นที่นิยมใช้กันเกือบทุกๆ ประเภทอุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นต้น บางรุ่น สามารถรับน้ำหนักสินค้าเมื่อวางบนแร็คได้ 500-600กก. และแบบขาช่องหน้าต่าง ที่เหมาะสำหรับการวางสินค้าที่มีการวางซ้อนกันสองชั้น เป็นต้น

พาเลทพลาสติกหน้าทึบ

พาเลทอุตสาหกรรมหนัก

พาเลทสำหรับใช้หมุนเวียนในงาน อุตสาหกรรมหนัก ได้แก่ กลุ่มอาหารสัตว์ ,กลุ่มงานวัสดุก่อสร้าง (วางปูน) อุตสาหกรรมการเกษตร (วางข้าวสารและปุ๋ย) เป็นต้น มีทั้งพาเลทน้าเดียวและพาเลทสองหน้า ซึ่งรองรับน้ำหนักเมื่อวางอยู่กับที่ประมาณ 6,000-12,000 กิโลกรัม รองรับน้ำหนักเมื่อมีการเคลื่อนย้ายประมาณ 2,000 -2500 kg และรองรับน้ำหนักเมื่อมีการวางบนแร็คอยู่ที่ 1,000-1,500 กิโลกรัม โดยบางรุ่นอาจมีการเสริมเหล็ก เพื่อช่วยเรื่องการรองรับน้ำหนัก ถ้าเป็นพาเลทหน้าเดียวจะมีทั้งแบบมีคาน (ขา E) และขาช่องหน้าต่าง (WINDOW CROSS) มีทั้งหน้าเรียบและหน้าตะแกรง (หน้าร่อง) ส่วนพาเลท สองหน้า จะมีทั้งหน้าทึบ (หน้าเรียบ) และหน้าโปร่ง (หน้าร่องหรือหน้าตะแกรง) โดยการเลือกใช้งานนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะสินค้าและน้ำหนักในการใช้งาน แต่ละประเภท รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายเป็นต้น

พาเลทพลาสติกประกอบ

พาเลทประกอบ

พาเลทพลาสติกอีกประเภท ที่ผลิตมาเพื่อตอบโจทย์ เรื่องขนาด เพราะมีธุระกิจบางประเภทต้องใช้ พาเลทที่มีขนาดเฉพาะ ไม่ใช่ขนาดมาตรฐานทั่วไป ลักษณะ ของพาเลทประเภทนี้คือ จะฉีดพลาสติกออกมาเป็นแท่งๆ คล้ายท่อนพาเลทไม้ แล้วนำมาตัดตามขนาดที่ต้องการ ยึดด้วยสกรู จะคล้ายพาเลทไม้ ข้อดีคือ สามารถกำหนดขนาดได้ และซ่อมได้ โดยการเปลี่ยนเฉพาะท่อนที่ชำรุดหรือแตกหัก ข้อเสียคือ จะมีน้ำหนักค่อนข้างมากและราคาจะค่อนข้างสูง ถ้าเทียบกับพาเลทในระบบฉีด (injection)

พาเลทคืออะไร

พาเลทคือวัตถุชนิดหนึ่งที่สารพัดประโยชน์มากมายเราอาจจะเห็นในชีวิตประจำวันทุกวันส่วนใหญ่ที่เราเห็นจะเป็นพาเลทแบบไม้ ซึ่งมีไว้เป็นแบบกันกระแทกหรือรองสิ่งของเพื่อไม่ให้ตกแตกหรือเสียหายแต่อย่างใดแล้วพาเลทก็มีหลายแบบคือมีพาเลทพลาสติก พาเลทโฟม พาเลทกระดาษ เป็นต้นซึ่งแต่ละพาเลทจะมีส่วนแตกต่างกันออกไป ของการใช้งาน

พาเลทพลาสติกที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร ?

  1. ออกแบบและใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน เพื่อให้พาเลทที่ได้มีคุณสมบัติที่ทนทาน รับน้ำหนักได้มาก น้ำหนักเบา
  2. ขนาดมีความเหมาะ กับการใช้งาน
  3. ไม่โก่งหรือบิดงอ เมื่อใช้วางบน Rack
  4. ทำความสะอาดง่าย ไม่ซึมซับน้ำเพื่อการใช้งาน ในที่มีความชื้นแฉะหรือฝนตก ได้รับมาตรฐาน GMP และ HACCP
  5. ทดกับสภาพอากาศที่หลากหลายและปลอดจากการรบกวนของแมลง
  6. ไม่เป็นสนิม
  7. ทนต่อสารเคมี ทั้งกรดและด่าง หรือแสงอุตร้าไวโอเลต
  8. ทนต่อความร้อนและความเย็น (-30 C ถึง 110 C)
  9. อ้างอิงมาตรฐาน DIN และ JIS (ของยุโรปและญี่ปุ่นตามลำดับ)
  10. รองด้วยยางเพื่อนกันการลื่นไถล ทั้งช่องเสียบงาและด้านบน
  11. รองรับการ Recycle สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้
  12. ได้มาตรฐานการส่งออกตามกำหนดของ IPPC และ ISPM15

ข้อดี ของพาเลทแต่ละชนิด

พาเลทพลาสติก

  • มีน้ำหนักเบา
  • ราคาไม่แพง
  • หมดห่วงเรื่องแมลงเพราะไม่มีปัญหาเรื่องความชื้น
  • ดูแลรักษาได้ง่าย ทนความร้อน
  • นำกลับมาใช้ใหม่ได้
พาเลทเหล็ก
  • ทนทาน อากยุการใช้งานนาน
  • ไม่เป็นเชื้อไฟ
  • หมดปัญหาเรื่องแมลง
พาเลทไม้
  • หาง่าย ผลิตเร็ว
  • ไม่แพง ทนทาน นำกลับมาใช้ใหม่ได้
  • รองรับน้ำหนักได้มาก
  • ซ่อมแซมและดูแลง่าย